วัดเชิงท่า เที่ยวตามรอย บุพเพสันนิวาส

0
0

วัดเชิงท่า เที่ยวตามรอย บุพเพสันนิวาส

กลับมาตอกย้ำความแรงอีกครั้งสำหรับละครดังแห่งปีอย่าง บุพเพสันนิวาส หลายฉากในละครสร้างปรากฏการณ์ปลุกฟื้นสถานที่ที่ละครอ้างถึง และเข้าไปถ่ายทำ หนึ่งในฉากที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้นั้น คือฉากที่แม่หญิงการะเกดมาทำบุญกรวดน้ำที่วัดแห่งหนึ่งและนั่นคือ “วัดเชิงท่า” ที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี่เอง

โดย สืบสิน ภาพ : กรกิจ ดิษฐาน

วัดเชิงท่า” มีชื่อเรียกมากมาย ทั้งวัดตีนท่า วัดติณ วัดคลัง หรือวัดโกษาวาสน์ ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดเก่าสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทองแต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง

วัดนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะเมือง ริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำลพบุรี ใกล้กับคูไม้ร้อง ซึ่งเป็นอู่เก็บเรือพระที่นั่ง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ฝั่งตรงข้ามวัดคือป้อมท้ายสนม และปากคลองท่อซึ่งเป็นท่าข้ามเรือของฝั่งเกาะเมือง มาขึ้นฝั่งที่ท่าน้ำหน้าวัดเชิงท่า

จากตำนานคำบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของวัดนี้ไว้ว่า มีเศรษฐีผู้หนึ่ง มีบุตรสาวสวยอยู่ 1 คน ด้วยความมั่งคั่งของฐานะ จึงได้สร้างเรือนไม้อันวิจิตรไว้ให้บุตรสาวออกเรือน แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งบุตรสาวคนสวยของเศรษฐีได้หนีออกจากบ้านไปกับผู้ชายครั้นบุตรสาวหนีออกจากบ้านไปแล้วเศรษฐีก็ตกอยู่ในอาการเศร้าโศก ตั้งหน้าเฝ้าคอยหวังว่าสักวันหนึ่งบุตรสาวของตนต้องกลับบ้าน รอแล้วรอเล่ารออยู่หลายปีบุตรสาวก็ไม่กลับมาสักที เศรษฐีจึงยกเรือนหอถวายให้กับวัด ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูลของเศรษฐีนั่นเองจึงได้ชื่อว่า วัดคอยท่า

จากตำนานยังบอกเล่าว่าเหตุที่มาของชื่อ วัดตีนท่า นั้นสืบเนื่องมาจากวัดสร้างอยู่ใกล้ท่าเรือปากคลองท่อ (ด้านเหนือ) ตรงกับวัดพุทไธศวรรย์ ตามแนวคลองท่อทางด้านใต้ของเกาะ หรืออาจจะมาจากที่ตั้งของวัดอยู่นอกเมืองและใกล้กับท่าเรือ ผู้คนสามารถสัญจรข้ามไปมาได้ ชาวบ้านชาวเมืองจึงพากันเรียกว่า วัดตีนท่า ที่เรียกต่อกันมาภายหลังว่าวัดเชิงท่านั่นเอง

ส่วนเหตุที่มาของชื่อ วัดติณ นั้นน่าจะมาจากคำว่า ติณ ซึ่งแปลว่า หญ้า เพราะตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเพทราชาถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ บริเวณที่ตั้งวัดคงจะเป็นที่รวบรวมหญ้า เพื่อนำข้ามฝั่งไปให้ช้างม้า ในพระบรมราชวัง จึงเป็นที่มาของชื่อ วัดติณ

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ระหว่างปีพุทธศักราช 2199-2231 กล่าวว่า ครั้งเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เป็นราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศฝรั่งเศส ครั้นกลับจากประเทศฝรั่งเศสแล้วได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดคอยท่าเสียใหม่ทั้งอารามบูรณะวัดเสร็จจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดโกษาวาสน์

ครั้นพอถึงรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ระหว่างปีพุทธศักราช 2275-2301 โปรดฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ วัดโกษาวาสน์ อีกครั้ง (สันนิษฐานว่าน่าจะบูรณะในขณะพระภิกษุสิน (สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราช) บวชเป็นพระจำพรรษาณ วัดแห่งนี้) ครั้นทำการบูรณะเสร็จแล้ว โปรดฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดเชิงท่า

นอกจากนี้ วัดเชิงท่ายังมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยพระองค์หนึ่ง คือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราชหรือพระเจ้าตากสิน โดยในปีพุทธศักราช 2284 สมัยที่พระองค์ยังเป็นเด็กชายสิน อายุได้ 7 ขวบ เจ้าพระยาจักรี (โรงฆ้อง) ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรม ได้นำเข้ามาสำนักการศึกษากับพระอาจารย์ (มหาเถร) ทองดี 

ครั้นได้รับตำแหน่งเป็นมหาดเล็กสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระองค์ได้ทรงอนุญาตให้นายสินได้บวชเป็นพระภิกษุและจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้ และเล่ากันว่ามีซินแสเจอนายสินขณะบิณฑบาตแล้วทำนายว่าพระองค์จะได้เป็นกษัตริย์ในภายภาคหน้า

ส่วนในละครบุพเพสันนิวาส ฉากที่แม่หญิงการะเกดมาทำบุญกรวดน้ำนั้น ถ่ายทำกันบริเวณศาลาการเปรียญหลังใหญ่ริมน้ำ มีธรรมาสน์สำหรับพระสงฆ์ 4 รูป สวดรับเทศน์นั่งได้ 4 รูป เป็นสังเค็ดไม้ 1 หลัง สลักปิดทองอีก 1 หลัง ฝีมือประณีตงดงามกล่าวกันว่าเป็นฝีมือช่างครั้งสมัยอยุธยา ภายในยังประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งและยืน โดยมีอาคารมุขด้านทิศใต้เป็นพระวิหารมีขนาดใหญ่ที่สุด

ศาลาการเปรียญหลังใหญ่แห่งนี้นั้นมีลักษณะเป็นพื้นไม้กระดานแผ่นใหญ่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพเขียนสีแบบไทยที่สวยงามยิ่ง แม้ว่าบางส่วนจะมีสภาพไม่สมบูรณ์นัก เนื่องจากเกิดน้ำท่วมเมื่อปีพุทธศักราช 2011 จึงเกิดความเสียหายพอควรแต่อีกหลายๆ ส่วนก็ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์แม้ว่าจะมีอายุผ่านมาเป็นร้อยปีแล้วก็ตาม